‘Cleo P’ จากเด็กซ่าสู่ความสำเร็จ 3 อาชีพด้านดนตรี (DJ / Go Grrrls / Thai Hop)

พูดคุยกับเพลิน-โสรยา หรือ DJ Cleo P เกี่ยวกับบทบาทการเป็นดีเจ, ออแกไนเซอร์จัดปาร์ตี้ Queer และ CEO เอเจนซี่ฮิปฮอป

‘Cleo P’ จากเด็กซ่าสู่ความสำเร็จ 3 อาชีพด้านดนตรี (DJ / Go Grrrls / Thai Hop)
© Siam2nite

“คือชอบปาร์ตี้ แล้วเวลาไปเที่ยวเนี่ย เจอเพลงไม่ถูกใจ (หัวเราะ)”

คำพูดที่สาวสุดเปรี้ยวอย่าง เพลิน-โสรยา อลัม หรือที่รู้จักกันในฐานะ DJ Cleo P เอ่ยหยอกล้อเมื่อเราถามถึงจุดเริ่มต้นของการทำอาชีพเป็นดีเจเต็มตัว

เธอผู้นี้...เป็นบุคคลสร้างบรรยากาศสนุกสนานให้กับอีเวนต์และเฟสติวัลในไทยและต่างประเทศ ด้วยเซ็ตเพลงฮิปฮอปหรือ Girl Power (ที่เพลินอธิบายว่าเป็นเพลงเต้นง่าย ไม่ต้องคิดมาก ไม่ซีเรียส) มาเป็นระยะเวลานับสิบปีแล้ว ถ้าหากคุณเป็นหนึ่งคนที่ชอบออกไปแฮงเอาต์กับแก๊งเพื่อน ก็น่าจะเคยมีโอกาสได้วาดลวดลายบนแดนซ์ฟลอร์กับเซ็ตเพลงของ DJ Cleo P มาบ้างแน่นอน

“สมัยก่อนเราเป็นผู้หญิงซ่าๆ มีความชะนีผสมกะเทยนิดนึง แล้วเราจะชอบฟังเพลงผู้หญิงๆ ซึ่งเพื่อนเรา 99.99 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ชาย เวลามันเปิดเพลงก็จะเปิดแบบบอยๆ เพราะถ้าเปิดเพลงชะนีเยอะเดี๋ยวเสียลุค (หัวเราะ) เราก็เลยเป็นดีเจเองเลย ได้เปิดเพลงสไตล์ที่เราอยากฟัง เพลินว่าเริ่มมาจากตรงนั้น แล้วต่อยอดกลายมาเป็นทุกวันนี้ค่ะ”

© Go Grrrls

แล้ว ‘ทุกวันนี้’ ที่เธอหมายถึง คืออะไร?

นอกจากอาชีพดีเจที่ทำให้เราทุกคนได้รู้จักเธอแล้ว ก่อนหน้านี้ เพลินเคยเป็น Choreographer หรือ นักออกแบบท่าเต้นมาก่อน จากนั้นเปลี่ยนมาเป็นแร็ปเปอร์สาว ออกผลงานเพลงฮิปฮอปกับค่าย Thaitanium Ent. แล้วผันตัวมาเป็น DJ Cleo P ในทีม Bangkok Invaders

ไม่นานนัก เธอเริ่มทำปาร์ตี้สำหรับ LGBTQ+ ในชื่อ Go Grrrls และปัจจุบัน เธอมอบเวลาเกินครึ่งให้กับการเป็น Founder / CEO ของ Thai Hop ธุรกิจ Artist Management และ Booking Agency ให้กับศิลปินฮิปฮอปรุ่นใหม่ ซึ่งสองอย่างหลังนี้ประสบความสำเร็จและยังดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน

Play Icon
Cleo P - บด (Grind) Feat. Twopee Southside

ทั้งหมดนี้ คืออาชีพและธุรกิจที่เคยผ่านมือและกำลังอยู่บนมือของเพลิน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและไนต์ไลฟ์หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ Siam2nite จึงไม่พลาดโอกาสพูดคุยเพื่อทำความรู้จักตัวตนของเพลินในบทบาทต่างๆ

แน่นอนว่าคุณเพลินชอบฟังเพลงอยู่แล้ว แต่มีนักดนตรีหรือศิลปินคนไหนที่มีอิทธิพลในแนวดนตรีของ DJ Cleo P บ้าง

“ที่ชอบส่วนตัวเนี่ยมันเยอะมาก ถ้าเริ่มจากฮิปฮอปก็มี TLC, Lauryn Hill, Rihanna ที่ชอบตั้งแต่สมัยเด็ก แต่ถ้าใหม่ล่าสุดก็จะเป็น Megan Thee Stallion คือเราชอบหลากหลายมาก แต่จะเน้นเพลงของผู้หญิงที่มีความ Fierce ความกล้า ความ ‘ชั้นไม่สนใจเธอ’ แบบ Bitchy นิดหน่อย ถ้านอกจากฮิปฮอปแล้ว เพลงป๊อปเราก็ฟัง อินดี้เราก็ฟัง จริงๆ Open-minded มาก ฟังหมด”

© Siam2nite

อะไรคือจุดที่ทำให้ขยับจากการเป็นดีเจอย่างเดียว มาเริ่มจัดปาร์ตี้ Go Grrrls ควบคู่กัน

“พูดถึงอาชีพหลักของดีเจในเมืองไทยก่อนนะ ถ้าคุณอยากจะเล่นที่ผับใหญ่ ถ้าคุณอยากจะโดนบุ๊กทุกอาทิตย์ คุณต้องเปิดเพลงตามเทรนด์ที่ทันสมัยอยู่ ซึ่งบางอย่างเราไม่ได้ชอบ แล้วเราไม่เคยทำ DJ Residency (การเป็นดีเจประจำสถานที่หรืออีเวนต์หนึ่ง) เลย เพราะส่วนตัวคิดว่ามันทำให้ไฟในตัวเราหมด แต่บางคนเขาอาจจะทำได้นะ แต่ว่า Cleo P ทำไม่ได้

พอเรารู้ว่าเราอยากฟังเพลงอะไร อยากเปิดเพลงอะไร แต่สถานที่ไม่เอื้ออำนวย เราก็จัดปาร์ตี้เองเลย แล้วชวนเพื่อนๆ หรือเพื่อนของเพื่อนที่ชอบอะไรเหมือนกัน มาฟังที่ปาร์ตี้เรา

แล้ว Go Grrrls มีดีเจทั้งหมด 3 คน อย่างของเพลินเอง จะเน้นไปทางฮิปฮอป ป็อป รีมิกซ์ เบสเฮาส์ เฮาส์เฮาส์ เป็นเพลงสนุกๆ เก๋ๆ เพื่อนอีกคน Dookie จะเป็นอิเล็กโทรป็อป อินดี้ร็อก ดิสโก้ หรือยุค 80 ก็มี คล้ายๆ Dudesweet ส่วน Mae Happyair จะไปทางเฮาส์ เทคโน มีความหลากหลายมาก

ซึ่งเพลงพวกเราไม่ใช่เพลงอันเดอร์กราวด์นะ มันเป็นเพลงเมนสตรีมที่พวกเราฟังอยู่บ้าน แต่ว่ามันไม่มีผับหรือบาร์ไหนที่จะเล่น อย่างตอนนี้เด็กๆ เขาไปเที่ยวกัน ถ้าเราอยากฟังเพลง Destiny's Child เด็กมันจะรู้จักมั้ยแถวนี้ (หัวเราะ) เอาง่ายๆ คือ เล่นอย่างนี้ผับไม่จ้าง งั้นจัดเองเลยละกัน”

© Go Grrrls
ผู้ก่อตั้ง Go Grrrls (เรียงจากซ้ายไปขวา) Dookie, Cleo P และ Mae Happyair

สำหรับคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อ Go Grrrls มาก่อน คุณเพลินอธิบายคอนเซ็ปต์หลักของปาร์ตี้นี้ให้เราฟังได้มั้ย และมันแตกต่างจากปาร์ตี้ทั่วไปยังไงบ้าง

“เราเรียกตัวเองว่า Queer Party คือในเมืองไทยจะมีปาร์ตี้เกย์ ปาร์ตี้เลสเบี้ยน อย่างปาร์ตี้เกย์ ผู้หญิงเข้าได้ แต่ผู้ชายแท้อาจจะเข้าไปแล้วเอ๊ะอ๊ะ ส่วนปาร์ตี้ทอมดี้ ผู้ชายห้ามเข้าเลยนะคะ ถึงคุณจะเป็นตุ๊ด คุณก็ห้ามเข้า

แล้ว Queer คืออะไร? Queer คือคุณจะเป็นเพศไหนก็ได้ We’re open คุณจะเป็นเลสเบี้ยน เป็นเกย์ เป็นทรานส์ แต่ง Drag เป็นทอมฮะ หรือจะเป็น Straight ผู้หญิง-ผู้ชาย ที่ชื่นชอบแนวเพลงแบบนี้ ก็สามารถมารวมกันได้โดยไม่ต้องจำแนกว่าใครเป็นเพศอะไร ซึ่งปาร์ตี้แบบนี้ ทั่วโลกมีมานานแล้ว แต่เมืองไทยอาจจะยังไม่ได้เปิดขนาดนั้น เราก็อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำตรงนี้ เพราะว่ามีเพื่อนทุกเพศ (หัวเราะ)

เราอยากให้ปาร์ตี้เราคนมาแล้วคนสนุก แล้วปาร์ตี้เราไม่มีกรอบ บางครั้งอยากได้ Drag มา Hosting งาน เราก็เอามา หรือสนใจแร็ปเปอร์ที่เป็นทรานส์ ก็ชวนมา เราทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ อะไรที่มันสนุก มีสีสัน

คนเข้าร่วมงานกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ คือฝรั่งหมดเลย เพราะถ้าบอกว่าเป็น Queer Party ปุ๊ป เขารู้ว่าถ้ามาจะสนุกแน่นอน และ ‘I can be myself’ ไม่ต้องมานั่งเก๊กหล่อเก๊กสวย ใครจะเต้นก็ขึ้นมาเต้นบนเวทีได้ ไม่มีใครไล่ออกจากร้านแน่นอน ทุกคนเวลคัมหมด มาสนุกให้เต็มที่”

© Go Grrrls
© Go Grrrls

Go Grrrls เริ่มต้นเมื่อปี 2013 จนถึงปัจจุบันก็ประมาณ 7 ปีแล้ว คุณเพลินน่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมเรื่อง LGBTQ+ ในประเทศไทยอยู่พอสมควร คุณคิดว่ามันเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยขนาดไหน ยังไงบ้าง

“จริงๆ ในเอเชีย เมืองไทยเป็นที่ที่ Open มากที่สุด แต่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า Queer คืออะไร บางครั้งยังติดอยู่ที่ เห้ย...ไปปาร์ตี้เกย์ดีกว่า ไปปาร์ตี้เลสเบี้ยนดีกว่า คือมันมีมากกว่าสองสามเพศ เพลินอยากให้คุณลองมาดูว่ามันมีปาร์ตี้แบบนี้ด้วยนะ แบบที่ทุกคนสามารถมาแจมได้ มากกว่านั้น คืออยากให้มา Find yourself ด้วย มันไม่มีอะไรเสียหายเลย Love is free, peace!”

ปาร์ตี้ครั้งไหนที่คุณประทับใจและคิดว่างานของเรามันประสบความสำเร็จแล้วนะ

“ปีนี้เรามีส่วนร่วมกับ Wonderfruit Festival เขาให้เราเลยหนึ่งวัน หนึ่งสเตจเลย (เวที Forbidden Fruit) เราก็พยายามทำอะไรที่เป็น Go Grrrls ซึ่งมันก็สนุกมาก แล้วได้รับการตอบรับจากหลายสื่อ ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่เราไม่คิดว่าเขาจะสนใจเรา เข้ามาสัมภาษณ์เรื่องที่เราเป็นที่แรกในเอเชียที่จัด Queer Party อย่าง Wonderfruit มี 3 วัน เราก็ให้สัมภาษณ์วันละ 3 สื่อ เราก็งง อะไรวะ (หัวเราะ) เราก็คิดว่ามันอาจจะเป็น Movement ตอนนี้ที่หันมารับรู้ว่าเอเชียมีแล้วนะ ก็เลยรู้ว่า Go Grrrls แข็งแรงมากขึ้นที่จะทำอะไรต่อได้แล้ว”

© Go Grrrls
© Go Grrrls
ภาพบรรยากาศปาร์ตี้ Go Grrrls ที่เวที Forbidden Fruit ในงาน Wonderfruit Festival 2019

จากการเป็นดีเจจัดปาร์ตี้ อะไรคือจุดที่ทำให้คุณเริ่มทำเอเจนซี่ดูแลศิลปินฮิปฮอป Thai Hop

“เพลินคิดว่าตัวเราก็ผ่านอะไรมาเยอะ เห็นว่าเวย์ไหนที่คนจะประสบความสำเร็จ ถ้าศิลปินมีหนึ่งเพลง ต้องทำยังไงให้เขาดังที่สุด ทำยังไงให้คนจดจำ ซึ่งเรามีประสบการณ์ทางนี้ ก็เลยทำ Thai Hop ขึ้นมาเพื่อผลักดันเด็กสมัยใหม่ที่มีความสามารถ ให้เขาไปถึงฝันได้ไกลที่สุด

ตอนที่เริ่มเมื่อสามปีที่แล้ว ฮิปฮอปยังไม่บูมเลย ฮิปฮอปปาร์ตี้ รายการแร็ปต่างๆ ก็ยังไม่มี แล้วศิลปินคนแรกที่อยู่ก็คือ YoungOhm ค่ะ ถึงแม้ตอนนี้เขาอาจจะไปทำของเขาเอง แต่เราก็มี Formula (สูตร) ของเรา ตอนนี้เราก็ดูศิลปินคนอื่นอยู่ มันก็สนุกดีเพราะเราได้ใช้ความรู้ ประสบการณ์ตั้งแต่เด็กจนถึงตรงนี้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาในวงการ มาช่วย Push เด็กๆ เมื่อก่อนเราจะ Push ตัวเอง แต่ว่าช่วยคนอื่นง่ายกว่า เพราะรู้ว่าเราอาจจะไม่ได้มีความสามารถขนาดนั้น แต่เราเห็นว่าคนคนนี้มีความสามารถ”

© Siam2nite

เพราะอะไรถึงเลือกทำเป็น Artist Management และ Booking Agency แทนค่ายเพลงฮิปฮอป

“เราไม่อยากเป็น Label เพราะเราไม่อยากเอาเพลงของเด็กเข้ามาอยู่ในค่าย แล้วแบ่งเปอร์เซ็นต์กัน ถึงเราจะเป็นคนออกค่าถ่ายเอ็มวี หรือช่วยเขาดูร้อยเปอร์เซ็นต์เลย แต่เขาคิดเอง ทำเอง มันเป็นความสามารถของศิลปิน และเราอยากให้ศิลปินได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จนถึงวันที่เขาตายไปเลย ไม่อยากให้มันมีข้อพิพาท

อย่างเรื่องเพลงเนี่ยเราซัพพอร์ตนะ มันจะมีเวทีหนึ่งที่เรียกว่า ‘Sit ดาว’ ซึ่งเป็นเวทีแรกที่ให้เด็ก ไม่ว่าจะดังมาก ดังน้อย มาโชว์ความสามารถ แล้วได้เงินด้วยนะ ไม่ได้เล่นฟรี เราก็จะมาดูว่าเขาไปเวย์ไหนได้หรือแพ็คคู่กับใครดี

เราทำงานตรงนี้ เราเห็นเลยว่าเพลงดังอย่างเดียวก็ไม่เวิร์ก ต้องมี Performance (การแสดง) ที่ดีด้วย ถ้าเด็กพึ่งเริ่มทำนะ พี่ก็จะแนะนำว่าลองพูดตรงนี้ เบรกตรงนี้มั้ย เรียงแบบนี้ดีกว่า หรือว่าเต้นท่านี้ เราจะช่วยให้เด็กไปอีกขั้นหนึ่ง

แล้วเราได้อะไร? เราจัดคอนเสิร์ต เราทำ Management มีโฆษณาตรงนั้นตรงนี้เข้ามา นอกจากนี้ Thai Hop เป็น Booking Agency ด้วย อย่างเช่น จะจัดเฟสติวัล 3 วัน ต้องการศิลปิน 20 เบอร์ เป็นฮิปฮอปครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง เราก็สามารถบุ๊กกิ้งให้เขาได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นอินดี้ ป๊อป ร็อก ค่ายใหญ่ ค่ายเล็ก ได้หมด ซึ่งจะจบที่นี่หรือต้องการ Light & Sound ด้วยเราก็มี ต้องการแดนซ์เซอร์ด้วย ก็มี (หัวเราะ)”

ตอนนี้มีศิลปินในเอเจนซี่ทั้งหมดกี่คนแล้ว

“ถ้าดูแลจริงๆ ตอนนี้มีประมาณ 10 กว่าคน บางคนเราดูแล 100 เปอร์เซ็นต์เลย บางคนก็ดูแลแบบแฟมิลี่กัน อย่าง Cyanide, NiceCNX, Maddieca$h, J$R, Sir Poppa, DreamHigh, OgSmith, P-Hot, Kanom, IronBoy, J Jazzsper, Ninja, Maxlerr ประมาณนี้ค่ะ”

© Instagram: @djcleop
© Thai Hop

คุณเพลินทำงานหลายอย่างมาก คุณบาลานซ์เวลา บาลานซ์แต่ละบทบาท ทั้งการเป็นดีเจ และ CEO ยังไงบ้าง

“จะบอกว่าเมื่อก่อนเนี่ย เที่ยวเยอะมาก ตั้งแต่อายุ 14 จนตอนนี้ 36 แล้ว ก็พอแล้วแหละ (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ไม่เที่ยวเลยถ้าไม่จำเป็น และเพลินคิดว่ามันบาลานซ์ได้ แต่ต้องตื่นให้เช้าค่ะ กินข้าวเช้า เข้าฟิตเนส ทำอะไรให้เสร็จตอน 11 โมง แล้วทำงานถึง 5 โมงเย็นเลย วนลูปไปอย่างนี้ (ยิ้ม)

อย่าง Go Grrrls เรารู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง สำหรับการดีเจของเพลินเอง เพลินไม่ได้ดีเจเยอะขนาดนั้นแล้ว รับเฉพาะอีเวนต์ไป ส่วนงาน Full-Time จริงๆ คือ Thai Hop เราดูศิลปินเป็นสิบคน บุ๊กโชว์ โฆษณาเข้า ต่างๆ นานา เพลินเนี่ยโทรศัพท์ทั้งวัน ทุกวัน ไม่มีวันหยุดเลย อยู่เมืองนอกก็ต้องรับโทรศัพท์ แต่เพลินเชื่อว่าเราสามารถแบ่งเวลาและทำงานหลายอย่างได้ค่ะ”

มีผลงานอะไรที่อยากฝากให้คนติดตามบ้างมั้ย

“ถ้าอยากลองเปิดโลก มาเห็นความสนุก เห็นว่า Queer Party เป็นยังไง ก็ขอฝากปาร์ตี้ Go Grrrls มีเดือนละครั้ง แล้วก็ฝากติดตามผลงานน้องๆ ใน Thai Hop แล้วกัน ลองเข้าไปดูและสนับสนุนศิลปินฮิปฮอปไทยกันนะคะ”

บทความอื่น

รวมบทความน่าสนใจ โดยทีม Siam2nite

  1. ฟังเสียงกรุงเทพผ่าน Musicity โปรเจกต์แต่งเพลงจากซาวด์ของเมืองทั่วโลก

    ฟังเสียงกรุงเทพผ่าน Musicity โปรเจกต์แต่งเพลงจากซาวด์ของเมืองทั่วโลก

    หากอยากรู้ว่าเสียงวัดอรุณ มิวเซียมสยาม สถานีรถไฟหัวลำโพง ตลาดท่าเตียน หรือเสาชิงช้าเป็นอย่างไร ต้องลองฟังดู!

    ดนตรี · 3 มีนาคม
  2. ฟัง 30 เพลงเร็กเก้มันส์ๆ ก่อนไป Sunset Beach Music Festival 2020

    ฟัง 30 เพลงเร็กเก้มันส์ๆ ก่อนไป Sunset Beach Music Festival 2020

    เพลย์ลิสต์รวมเพลงฮิตจากไลน์อัพในเทศกาลดนตรีเร็กเก้-สกาที่ใหญ่ที่สุดในไทย ก่อนไปเปลือยเท้าย่ำทรายแดนซ์ด้วยกัน 7 มี.ค.นี้!

    ดนตรี · 21 กุมภาพันธ์
  3. รวม 27 เพลงสุดกรูฟวี่จากศิลปิน Kolour In The Park 2020

    รวม 27 เพลงสุดกรูฟวี่จากศิลปิน Kolour In The Park 2020

    ดื่มด่ำกับดนตรีใหม่ๆ ในเพลย์ลิสต์ เช่น ผลงานของ Artbat, Black Coffee, Leisure และอีกมากมาย ก่อนไปฟังสดพร้อมกัน 7 มีนาคมนี้

    ดนตรี · 17 กุมภาพันธ์
  4. 8 มิกซ์ที่คุณควรจะลองฟังตอนนี้

    8 มิกซ์ที่คุณควรจะลองฟังตอนนี้

    ไม่ว่าคุณกำลังมองหาเพลงสำหรับบิลท์อารมณ์ในการอ่านหนังสือ ไว้ใช้สำหรับเวลาเข้ายิม ฟังเพื่อผ่อนคลายความเครียด หรือจะหาเพลงฟังเวลาขับรถ - เรามีทางเลือ...

    ดนตรี · 12 กุมภาพันธ์

ซีรีส์บทความ

เรื่องราวดีๆ ที่เราเลือกสรรมาอัพเดทให้คุณเป็นประจำ