Khalil แบ่งปันเรื่องราวของการเป็นโปรดิวเซอร์, งานปาร์ตี้ของ Livin’ Proof ในเมืองลอนดอน และมิกซ์แนว Dancehall อันล่าสุด

Khalil แบ่งปันเรื่องราวของการเป็นโปรดิวเซอร์, งานปาร์ตี้ของ Livin’ Proof ในเมืองลอนดอน และมิกซ์แนว Dancehall อันล่าสุด
© Khalil

คาลิล (Khalil) คือศิลปินชาวอเมริกันที่เป็นรู้จักกันจากผลงานเพลงมิกซ์สุดฮิตของเขา และในฐานะผู้ก่อตั้งปาร์ตี้สุดมันส์อย่าง “Livin’ Proof” และ “Back to Life” ที่ได้ศิลปินดังจากหลายแนวเพลงอย่าง Schoolboy Q และ A$AP Rocky มาร่วมแสดง แถมยังได้ร่วมงานกับรายการชั้นนำต่างๆ อย่าง NTS Radio อีกด้วย เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ Khalil หลังจากการแสดงของเขาที่งาน “Party For a Good Cause” ในกรุงเทพเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นช่วงก่อนวันครบรอบ 11 ปี ของ Livin’ Proof พอดีเช่นกัน เราไปดูกันดีกว่าว่าเรื่องราวการมาเป็นโปรดิวเซอร์ของ Khalil และปาร์ตี้ต่างๆ ของเขานั้นเป็นมายังไง และอะไรเป็นแรงบัลดาลใจของเขาสำหรับผลงาน Dancehall ล่าสุดของเขา

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คุณเริ่มหันมาสนใจการเป็นดีเจและโปรดิวเซอร์อย่างเต็มตัว?

คงเป็นเพราะผมชอบอยู่กับเพื่อนๆ ของผมที่เป็นดีเจ เดิมทีผมก็เป็นคนชอบดนตรีอยู่แล้ว พอได้มาดูพวกเขาบ่อยๆ ผมก็รู้สึกว่าการดีเจนั้นเป็นอะไรที่จะทำให้ผมได้เข้าถึงดนตรีที่ผมรักได้มากขึ้นกว่าเดิม จากนั้นมาผมก็เริ่มสะสมแผ่นเสียงและเพลงที่ผมชอบจนกลายเป็นคอลเลคชั่นที่ผมภูมิใจสุดๆ ต่อมาผมก็เริ่มลองเล่นกับมัน ผมลองสไตล์การมิกซ์หลายๆแบบ ลองสแครชแผ่นแบบที่ผมมักได้ยินบ่อยๆ และพยายามเรียนรู้และฝึกฝนวิธีการแสดงในคลับมาโดยตลอด ผมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สนุกมากๆ และคงไม่เลิกทำในเร็วๆ นี้แน่นอน ส่วนในเรื่องการเป็นโปรดิวเซอร์ผมคงต้องยกให้ Pauli เลย เขาเคยอยู่เบื้องหลังทั้งเพลงและบีทเจ๋งๆ มามากมาย เขามีประสบการณ์มากกว่าผมเยอะ ผมเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้และเริ่มทำรีมิกซ์ออกมาบ้างแล้ว แต่มันก็เป็นอะไรที่สนุกเหมือนกัน

เล่าถึงความเป็นมาของปาร์ตี้ Livin’ Proof ของเมืองลอนดอนและ Back to Life ของเมืองนิวยอร์คหน่อยได้ไหม? สองงานนี้แตกต่างกันยังไง?

Livin' Proof นั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2007 ในคลับห้องใต้ดินเล็กๆ ใจกลางเมืองลอนดอน ก่อนที่จะมาเป็นงานปาร์ตี้ Livin' Proof มันเป็นเพียงการนัดเจอกันแบบชิลๆ ในวันอาทิตย์ของกลุ่มเพื่อนดีเจหลังจากที่ร้านแผ่นเสียงร้านประจำอย่าง Deal Real บนถนนคานาบี้ (Carnaby St) ปิดกิจการไป เราเริ่มจากการจัดงานปาร์ตี้ในวันเสาร์ที่ในตอนนั้นเราคิดว่ามันคงเป็นอะไรที่เกิดขึ้นครั้งเดียว รู้ตัวอีกทีมันก็กลายเป็นปาร์ตี้ประจำเดือนไปและเริ่มเป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็กลายเป็นหนึ่งในปาร์ตี้สุดฮิตของลอนดอนที่แฟนๆ เรียกว่าเป็น “ปาร์ตี้ฮิปฮอปที่ดีที่สุดในเมือง” เลยทีเดียว จากนั้นไม่นานเราก็ได้ศิลปินชั้นนำอย่าง A$AP Rocky, Giggs, Schoolboy Q, Danny Brown และ Mobb Deep มาร่วมแสดง แถมยังได้ร่วมงานกับโชว์อย่าง Boiler Room และ NTS, ไปแสดงตามเทศกาลดนตรี และ ได้โอกาสทำงานกับแบรนด์ดังๆ อีกด้วย เราเพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปี ของงาน Livin’ Proof ไปเมื่อปีที่แล้ว และในตอนนี้เราได้จัดปาร์ตี้ในสุดยอดสถานที่จัดอีเว้นท์อย่าง Village Underground และ Oval Space ในลอนดอนตะวันออกอีกด้วย

ผมย้ายจากลอนดอนไปนิวยอร์คในปี 2015 พร้อมกับ Pauli ที่มาจากบรุกลินเหมือนผม และ Alex ที่บริหารบริษัทเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ Move Forward Music เราช่วยกันทำ Back to Life ขึ้นมา โดยเราต้องการนำเสนอไนท์ไลฟ์สไตล์ลอนดอนให้กับนครนิวยอร์ก โดยเลือกสรรแนวดนตรีที่ล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลต่อพวกเราเมื่อสมัยอยู่ลอนดอน ไม่ว่าจะแนว Grime, UK Garage, Hip Hop และ R&B ไปจนถึง Broken Beat ผมยังจำได้ งานปาร์ตี้แรกที่เราจัดนั้นทำลายสถิติยอดคนดูของสถานที่จัดงาน และมันก็โตขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เราได้ร่วมงานกับศิลปินฝีมือดีมากมาย อย่าง Sampha, Just Blaze, Idris Elba, Donae'o, DJ EZ, Kojey Radical, NAO และ Little Simz เมืองนิวยอร์คเป็นเมืองที่วิเศษมาก ยิ่งพอคุณเริ่มจะเข้าใจว่าคนที่นี้ชอบอะไร ผมบอกเลยว่าอะไรก็เป็นไปได้ ผมรู้สึกโชคดีมากจริงๆ

ถ้าถามว่าสองงานนั้นแตกต่างกันยังไง Alex เคยบอกผมว่าเราเล่นเพลงแนว American Hip Hop เยอะมากในงาน Livin’ Proof ที่ลอนดอน และกลายเป็นว่าไปเล่นเพลงดังของอังกฤษเยอะเป็นพิเศษที่งาน Back To Life ในนิวยอร์ค นั้นก็คงเป็นหนึ่งในสิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนนะครับ (หัวเราะ) แต่จริงๆแล้วทั้งสองงานเราตั้งใจที่จะสร้าง community สุดพิเศษให้กับคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน และพยายามให้ดนตรีดีๆ เป็นตัวเชื่อมระหว่างความแตกต่างที่คนเราอาจจะมีต่อกัน

© Khalil
© Khalil

อะไรเป็นแรงบัลดาลใจในการทำเพลงแนว Dancehall ล่าสุดของคุณ?

ตอนนั้นผมรู้สึกว่าผมอยากจะทำมิกซ์เทปสำหรับปาร์ตี้ออกมาบ้าง มันมีช่วงหนึ่งไม่นานมานี้ที่ผมไปแสดงใน Bed Stuy ผมจำได้เลยว่าพวกเขาไม่อยากให้ผมเล่นแนวฮิปฮอป ผมก็เลยได้สนุกกับการเล่นเพลงแนว Dancehall อย่างเต็มที่ไปกับคนดู ยิ่งเป็นช่วงนี้ของปีมันจะมีงาน Notting Hill Carnival ที่ผมพลาดไปอีกแล้ว แล้วก็มีงาน West Indian Day Parade ในบรุกลิน ก็เลยคิดว่าทุกอย่างค่อนข้างลงตัวและเป็นเวลาที่เหมาะแก่การทำงานชิ้นนี้ จริงๆแล้วผมทำมิกซ์เทปนี้ออกมาสองเวอร์ชั่น อันแรกจะออกแนวสร้างบรรยากาศดีๆก่อนออกไปเที่ยวอะไรประมาณนี้ ส่วนอันที่สองก็คล้ายๆเดิมแต่เร็วกว่า และมี Pauli และ Jungle มาแจมและเติมกลิ่นอายของความเป็น UK เข้าไปด้วย

คุณได้ทำมิกซ์ออกมามากมายตลอดเวลาที่ผ่านมาที่คุณอยู่ในวงการ มีอันไหนที่คุณชอบเป็นพิเศษไหม?

ผมไม่แน่ใจว่ามีอันที่ผมชอบที่สุดหรือเปล่า แต่ถ้าถามถึงปีสองปีที่แล้ว ผมภูมิใจในมิกซ์ครบรอบ 1 ปีของงาน Back to Life ที่เราทำให้ iD Online มากจริงๆ ถึงแม้ผมจะรู้สึกว่าส่วนของผมอาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่การที่ได้ดีเจทุกคนมาร่วมทำมิกซ์นั้นขึ้นมาคนละนิดคนละหน่อย มันเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ ยังไงก็ต้องขอบคุณ Just Blaze, Kindness, Jasmine Solano, Moma และ Donae'o & Shystie จริงๆที่มาช่วยกันทำจนสำเร็จ นอกจากนั้นผมก็สนุกกับการทำ “Holland Park” และ “Central Avenue” เมื่อปีที่แล้วมาก ใครยังไม่เคยฟังสามารถไปติดตามใน Soundcloud และ Mixcloud ของผมได้เลย

สมัยนี้มีเพลงออกมามากกว่าในสมัยก่อนเยอะมาก คุณใช้อะไรเป็นตัวตัดสินว่าอันไหนควรจะมาอยู่ในเซ็ตของคุณ?

มันมีเยอะไปจริงๆ! ปกติผมได้รับข่าวเกี่ยวกับเพลงและศิลปินใหม่ๆอยู่ตลอด มันก็ช่วยผมได้ในระดับนึง ส่วนตัวผมคิดว่าเราควรเปิดใจรับเพลงใหม่ๆเสมอและออกไปตามงานต่างๆอยู่ตลอด ผมชอบแบ่งปันสิงที่ผมเจอให้กับเพื่อนๆและรับฟังความคิดของพวกเขา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือการที่ไม่ตามกระแสมากจนเกิดไปและยอมรับในสิ่งที่ชอบจริงๆ

© Khalil
© Khalil

สำหรับช่วงท้ายของปี 2018 นี้ คุณมีแผนการอะไรที่อยากจะบอกให้แฟนๆรับรู้บ้าง?

Back to Life กำลังจะมีโปรเจกใหม่ๆออกมาพอสมควร ผมหวังว่าทุกคนจะได้เห็นกันเร็วๆนี้ แน่นอนว่าต้องมีผลงานเพลงใหม่ๆแน่นอน อีกทั้งยังอาจจะมีการร่วมงานทำเสื้อผ้าอีกด้วย แต่ขอบอกไว้แค่นี้ ไปรอดูผลลัพธ์กันทีเดียวเลยดีกว่า! นอกจากนั้นเราก็จะมีการฉลองครบรอบ 3 ปี Back to Life ในเดือนตุลาคมนี้ และจะพยายามเอาปาร์ตี้นี้ไปจัดที่ลอนดอนและเมืองอื่นๆในอเมริกาและยุโรปให้ได้อีกด้วย ส่วน Livin’ Proof นั้นก็จะครบรอบ 11 ปีในเดือนพฤศจิกายนนี้ ผมตื่นเต้นมากเพราะนี้จะเป็นครั้งแรกในรอบปีที่บรรดาผู้ก่อตั้งจะมาอยู่กันพร้อมหน้า แน่นอนว่าเราจะต้องมีแขกรับเซิญสุดพิเศษมาร่วมแจมอย่างแน่นอน อย่าลืมติดตามกันนะครับ

ติดตาม Khalil ผ่านช่องทางโซเชียลด้านล่างได้เลย:

บทความอื่น

รวมบทความน่าสนใจ โดยทีม Siam2nite

  1. Dannic พูดถึงเพลงใหม่ล่าสุด 'Tenderlove', ศิลปินในฝันที่อยากร่วมงานด้วย และ Fonk Recordings Label Night

    Dannic พูดถึงเพลงใหม่ล่าสุด 'Tenderlove', ศิลปินในฝันที่อยากร่วมงานด้วย และ Fonk Recordings Label Night

    Dannic หรือชื่อจริงคือ Daan Romers เป็นดีเจชาวดัตช์ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการหลังจากที่เขาได้แชมป์จากการแข่งขัน Dancetour ในปี 2009 จากนั้นมาเขาก...

    ดนตรี · 28 กันยายน 2018
  2. 8 มิกซ์ที่คุณควรจะลองฟังตอนนี้

    8 มิกซ์ที่คุณควรจะลองฟังตอนนี้

    ไม่ว่าคุณกำลังมองหาเพลงสำหรับบิ้วอารมณ์ในการอ่านหนังสือ ไว้ใช้สำหรับเวลาเข้ายิม ฟังเพื่อผ่อนคลายความเครียด หรือจะหาเพลงฟังเวลาขับรถ - เรามีทางเลือก...

    ดนตรี · 24 กันยายน 2018
  3. Jay Sean พูดถึงการเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คน, ซิงเกิลใหม่ “Cherry Papers” และ ความทรงจำดีๆมากมายที่ได้จากการเป็นศิลปิน

    Jay Sean พูดถึงการเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คน, ซิงเกิลใหม่ “Cherry Papers” และ ความทรงจำดีๆมากมายที่ได้จากการเป็นศิลปิน

    นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ Jay Sean นั้นได้กลายเป็นหนึ่งในศิลปินเดี่ยวสุดฮอตในช่วงปี 2004 หลังจากเพลงของเขาได้ไต่ขึ้นไปครองตำแหน่ง Top 10 บนตาร...

    ดนตรี · 30 สิงหาคม 2018
  4. T.Williams แบ่งปันเรื่องราวชีวิตการเป็นโปรดิวเซอร์, ผลงานรีมิกซ์เพลง “Chasing You” ของ Airwolf และ แผนการที่เหลือสำหรับปี 2018

    T.Williams แบ่งปันเรื่องราวชีวิตการเป็นโปรดิวเซอร์, ผลงานรีมิกซ์เพลง “Chasing You” ของ Airwolf และ แผนการที่เหลือสำหรับปี 2018

    T.Williams คือดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ เขาเริ่มต้นการเดินทางบนเส้นทางของการเป็นโปรดิวเซอร์อย่างเต็มตัวและเริ่มเป็นที่รู้จั...

    ดนตรี · 28 สิงหาคม 2018

ซีรีส์บทความ

เรื่องราวดีๆ ที่เราเลือกสรรมาอัพเดทให้คุณเป็นประจำ