ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่รักสุขภาพกับ VIBE Coffee & Plant-based Food

จะดีแค่ไหน ถ้ากรุงเทพมีร้านอาหารมังสวิรัติ/วีแกนน้องใหม่ ที่มีอาหารประเภท plant-based ไว้คอยบริการ พร้อมกับเมนูหลากหลายให้สายสุขภาพได้เลือกทาน?

ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่รักสุขภาพกับ VIBE Coffee & Plant-based Food

ตามรายงานของสื่อด้านอาหารชื่อดังระดับโลกอย่าง Chef’s Pencil โดยใช้ข้อมูลจาก Google ในปี 2020 แสดงให้เห็นว่า ความนิยมของการทานอาหารมังสวิรัติทั่วโลกได้พุ่งสูงขึ้นกว่าระดับสูงสุดตลอดกาลก่อนหน้านี้ในปี 2019 ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยระบุว่า ตอนนี้การทานมังสวิรัติได้รับความนิยมมากกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้วถึงสองเท่า และไม่ได้มีการชะลอตัวลงเลย

รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้คน ที่ดูจะหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยการหันมาทานอาหารมังสวิรัติ หรืออาหารวีแกน ซึ่งเทรนด์ดังกล่าว นอกจากจะฮ็อตฮิตไปทั่วโลกแล้ว ในประเทศไทยเองก็ไม่น้อยหน้า เพราะในช่วง 2-3 ปีหลัง ก็มีร้านอาหารมังสวิรัติเปิดใหม่มากมาย รวมไปถึงร้านอาหารวีแกนที่หาทานได้ง่ายขึ้น (ความต่างระหว่างการทานมังสวิรัติ และวีแกน คือ การทานวีแกนจะเคร่งครัดมากกว่า รวมทั้งไม่ทานผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่ผลิตจากสัตว์โดยเด็ดขาด ในขณะที่มังสวิรัติยังสามารถทานนม เนย ไข่ได้)

ด้วยความที่ตลาดวีแกนกำลังอยู่ในช่วงเติบโตในไทย จึงทำให้ตัวเลือกด้านร้านอาหารมีไม่มากนัก โดยบางร้านอาหารอาจจะมีตัวเลือกเมนูไว้คอยบริการลูกค้าบ้าง แต่แน่นอนว่าก็ไม่ได้มีเทียบเท่ากับอาหารปกติ ทีนี้ จะดีแค่ไหน ถ้ากรุงเทพมีร้านอาหารมังสวิรัติ/วีแกนน้องใหม่ ที่มีอาหารประเภท plant-based ไว้คอยบริการ พร้อมกับเมนูหลากหลายให้สายสุขภาพได้เลือกทาน?

บรรยากาศหน้าร้าน

VIBE Coffee & Plant-based Food ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 36 ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อเพียงแค่ 2 นาที ร้านนี้เกิดมาจากแนวคิดของทางเจ้าของร้านที่อยากจะเห็นสมาชิกในครอบครัว รวมไปถึงคนรอบข้างมีสุขภาพที่แข็งแรงด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และที่สำคัญต้องมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วย

นั่นจึงเป็นที่มาของการทำร้าน รวมไปถึงการดึงตัวเชฟมากประสบการณ์จากโรงแรมและภัตตาคารชั้นนำมารังสรรค์เมนูของร้าน เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการดูแลสุขภาพมากขึ้น จนกลายมาเป็น คาเฟ่กึ่งร้านอาหารใจกลางเมือง ที่มาพร้อมเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังใช้วัตถุดิบระดับคุณภาพทั้งจากในไทยและต่างประเทศอีกด้วย

เพียงแค่ก้าวเข้าไปในร้าน ก็เตรียมถูกทักทายด้วยกลิ่นกาแฟ Arabica หอมกรุ่นเตะจมูก ถูกใจสายกาแฟอย่างแน่นอน ตัวร้านโล่งโปร่งในสไตล์คาเฟ่กึ่งร้านอาหาร เคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ที่มีตู้กระจกโชว์เบเกอรี่ และคุกกี้อบใหม่ไว้ให้ลูกค้าได้เลือกทาน บอร์ดด้านหลังเคาน์เตอร์ก็โชว์เมนูของทางร้านไว้อย่างชัดเจน จะเลือกสั่งที่เคาน์เตอร์ หรือเลือกที่นั่งในร้าน แล้วรอให้พนักงานมาบริการถึงโต๊ะก็ตามสะดวกได้เลย

เคาน์เตอร์
บอร์ดด้านหลังโชว์ให้เห็นเมนูของทางร้าน
ที่นั่งของทางร้าน มีให้เลือกทั้งที่นั่งแบบโซฟาและเก้าอี้

ด้านเมนูอาหารที่นี่ก็หลากหลายตั้งแต่ อาหารไทย, อาหารนานาชาติ ไปจนถึงบรรดาเบเกอรี่, คุกกี้, ไอศกรีม ยังไม่หมดแค่นั้น เครื่องดื่มก็จัดเต็ม มีตั้งแต่ชา, กาแฟ, น้ำผลไม้ปั่น ให้ได้เลือก แถมไฮไลท์ของที่นี่อยู่ตรงที่ คุณสามารถเลือกได้ว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่คุณต้องการนั้น คุณอยากได้เป็นแบบมังสวิรัติ หรือแบบวีแกน! เรียกได้ว่า เพอร์เฟ็คทั้งสำหรับท่านที่เคร่งและไม่เคร่ง

เบเกอรี่ของทางร้าน
มีทั้งเมนูไทยและเทศให้ได้เลือกชิม

มาส่องเมนูที่เราไม่พลาด และคิดว่าคุณไม่ควรพลาดไปลองเช่นกัน เริ่มตั้งแต่เมนูไทย ๆ ยอดฮิตตลอดกาลอย่างหมูปิ้ง ที่นำโปรตีนเกษตรมาเป็นพระเอกของจาน เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด และข้าวเหนียวผสมควินัวร้อน ๆ (149 บาท), ส้มตำ ที่มาเป็นเซ็ทน่าทาน เสิร์ฟคู่กับไก่ย่างเจปรุงรส, แคปหมูเจ และข้าวเหนียมผสมควินัว (149 บาท), หมูสะเต๊ะเจ อีกหนึ่งเมนูที่ทำมาจากโปรตีนเกษตรปรุงรส ย่างมากำลังดี หอมกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดของทางร้าน (149 บาท)

จากซ้ายไปขวา วนตามเข็มนาฬิกา: หมูปิ้งเจ, เซ็ตส้มตำ, หมูสะเต๊ะเจ

ต่อกันที่เมนูนานาชาติ เริ่มต้นกันที่เมนูยอดฮิตจากฝั่งเกาหลีอย่างบิบิมบับ (220 บาท) ที่ขนเอาวัตถุดิบคุณภาพดี บวกกับมีประโยชน์มาใส่ไว้ในชามนี้แบบอัดแน่น ตั้งแต่โปรตีนจากเนื้อหมู plant-based สัญชาติไทยอย่าง More Meat (บอกเลยว่า รสชาติ รสสัมผัส แทบไม่ต่างจากเนื้อหมูจริง ๆ) ไปจนถึงสารอาหารอัดแน่นที่มาจากวัตถุดิบอื่น ๆ อาทิเช่น เต้าหู้, เห็ดหอมสด, แครอท ราดด้วยซอสโคชูจังสูตรโฮมเมดของทางร้าน

บิบิมบับเจ

ข้ามมาที่ฝั่งตะวันตกกันบ้าง เริ่มที่เมนูฟาสต์ฟู้ดอย่างเบอร์เกอร์โฮมเมดบาร์บีคิวสูตรเด็ดของทางร้าน มาพร้อมมันฝรั่งทอด ซอสมะเขือเทศ และมายองเนสเจ (219 บาท) ต่อกันที่เมนูพาสต้า เอาใจคนรักเส้นกันบ้าง กับ 2 เมนูที่คนชอบพาสต้าต้องลองชิม นั่นก็คือ พาสต้าเพสโต้ซอสกับผักย่าง (169 บาท) ความเหนียวนุ่มของเส้นพาสต้าบวกกับซอสที่คลุกเข้ากันมาอย่างดี ได้ตัวชูโรงอย่างมะเขือม่วง, ซูกินี่ และมะเขือเทศอบแห้ง มาเพิ่ม texture ให้กับเมนูได้แบบเข้ากันสุด ๆ ส่วนอีกหนึ่งจานที่ต้องบอกว่าเป็นจานเลิฟ จานโปรดของเรา นั่นก็คือ สปาเก็ตตี้มีตบอลซอสมะเขือเทศ (220 บาท) ที่ใช้ More Meat มาเป็นพระเอกของเมนูอีกเช่นกัน สำหรับจานนี้ เราเชื่อว่า ไม่ว่าคุณจะทานวีแกนหรือไม่ เมนูนี้ถือว่าอร่อยครบรส แถมความดีงามของเจ้ามีตบอล More Meat นี้ เราบอกได้คำเดียวว่า แยกไม่ออกเลยล่ะว่ามันคือเมนูวีแกน

จากซ้ายไปขวา วนตามเข็มนาฬิกา: โฮมเมดเบอร์เกอร์, พาสต้าเพสโต้ซอสและผักย่าง, สปาเก็ตตี้มีตบอลซอสมะเขือเทศ

ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ แต่เมนูสแน็กและของหวานของที่นี่ก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน สำหรับใครที่ต้องการอะไรรองท้องแบบเร็ว ๆ ก็มีเมนูซาลาเปาไว้คอยบริการ ทานกับชา กาแฟ เข้ากันได้ดีสุด ๆ ส่วนท่านที่ทานคาวแล้วต้องทานหวานตบท้าย จะต้องประทับใจกับเมนูเครปและไอศกรีมของที่นี่แน่นอน กระซิบนิดนึงว่า ใครที่เลิฟเมนูชาเขียวจะต้องถูกใจเป็นพิเศษ เพราะที่นี่นำเข้าผงชาเขียว ส่งตรงมาจากเมืองคาโกชิม่า ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว รสละมุนถูกใจสายชาเขียวแน่นอน

เมนูซาลาเปา
เครปและไอศกรีมวีแกน

เอาล่ะ! มาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าใครที่อยากจะไปลองชิมด้วยตัวเอง ย้ำอีกครั้งว่า พิกัดร้านอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 36 หน้าคอนโดวีทารา สามารถจอดรถที่คอนโดได้เลย แล้วแจ้งว่ามาทานอาหารที่ร้าน ส่วนใครที่อยากลองสั่งอาหารจากที่ร้านไปทานที่บ้าน ทางร้านก็มีบริการ Delivery อีกด้วย นอกจากราคาอาหารที่จับต้องได้แล้ว ทางร้านยังมีโปรดี ๆ กับการมอบส่วนลดให้ลูกค้าทุกท่าน 20% ทุกวันพระ ตลอดปี 2563 นี้อีกด้วย!

จะสั่งมาทานที่บ้านก็อร่อยไม่แพ้ทานที่ร้าน
เหมาะกับช่วงทานเจมาก ๆ มีอาหารมัง/เจ พร้อมส่งถึงบ้าน

อย่ารอช้า กดแอดไลน์ของร้านเพื่อติดตามข่าวสาร, โปรโมชั่น รวมไปถึงดูเมนูพิเศษในช่วงเทศกาลเจทาง [email protected] ได้เลยที่ @vibecoffeebkk หรือสามารถติดต่อร้านได้ทางโทรศัพท์ 097-298-5570

ซีรีส์บทความ

เรื่องราวดีๆ ที่เราเลือกสรรมาอัพเดทให้คุณเป็นประจำ